Subscribe For Free Updates!

We'll not spam mate! We promise.

Friday, July 24, 2015

วิธีทำสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวาน

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

          สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก สูตรขนม ง่าย ๆ เหมาะกับสาววัยใสที่กำลังมองหาเมนูขนมน่ารัก ๆ เตรียมไว้ทำให้คนรัก เสิร์ฟแบบเก๋ ๆ ในขวดโหลแก้ว อีกหนึ่งเมนูขนมสุดอร่อยจากสตรอว์เบอร์รี ที่สาววัยใสต้องลองทำ
          สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมหวานที่ขึ้นชื่อว่าทำง่ายสุด ๆ และยังเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับสาว ๆ ที่ลงมือทำขึ้นมาเองเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแทนใจสุดพิเศษ สำหรับมือใหม่ทั้งหลายที่กำลังมองหาสูตรสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้กดี ๆ ง่าย ๆ และน่ารักไม่เหมือนใคร วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีวิธีทำสูตรสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กมาฝาก แถมมาพร้อมคลิปวิดีโอง่าย ๆ ที่จะทำให้สาว ๆ มือใหม่เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมแล้วก็เลื่อนลงไปจดสูตรด้านล่างแล้วไปซื้อของมาลุยกันเลย

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

 ส่วนผสม

  1.            สตรอว์เบอร์รีสด 150 กรัม
  2.            น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  3.            บิสกิต 75 กรัม
  4.            เนยจืด 25 กรัม 
  5.            ครีมชีส 250 กรัม
  6.            กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  7.            น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
  8.            โยเกิร์ตสูตรไขมันต่ำ 140 กรัม

 วิธีทำ


สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           หั่นสตรอว์เบอร์รีเป็นชิ้นเล็ก ๆ 

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ใส่สตรอว์เบอร์รีที่หั่นไว้ลงในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวสตรอว์เบอร์รีกับน้ำตาลทราย

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นน้ำเชื่อมและเนื้อสตรอว์เบอร์รีนิ่ม ยกลงจากเตา เตรียมไว้

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           บดบิสกิตให้ละเอียดเป็นเนื้อทราย

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ใส่เนยละลายลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ตักใส่ลงในแก้ว ประมาณ 1/2 แก้ว แล้วกดให้แน่น นำไปแช่เย็นไว้ประมาณ 30 นาที

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ตีผสมครีมชีสกับกลิ่นวานิลลา น้ำตาลไอซิ่ง และโยเกิร์ตให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว 

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ตักส่วนผสมครีมชีสใส่ลงในแก้วบิสกิตประมาณ 1/2 แก้ว

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           ตักซอสสตรอว์เบอร์รีใส่ทับลงไป

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           แต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีสด

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานสำหรับวัยใส

           พร้อมเสิร์ฟ

          ปิ๊ง !!! สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กพร้อมจะเสิร์ฟมอบเป็นของขวัญแล้ว หอม ๆ หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ กินเพลิน ๆ แป๊บเดียวก็หมดแล้ว อย่าชิมเพลินจนลืมให้แฟนนะ เดี๋ยวบ้านแตก !

วิธีทำวุ้นลูกชุบ ขนมหวานหลากสีสัน

วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ

          ใครที่ชื่นชอบขนมไทยทั้ง วุ้น และลูกชุบ วันนี้คุณคงไม่ต้องเลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วล่ะ เพราะเมนูขนมหวานวันนี้เราขอนำเสนอ "วุ้นลูกชุบ" สูตรของ คุณ Three days before Valentine's สมาชิกห้องก้นครัว เว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้นำ 2 ขนมหวานที่เป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คน มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนได้เป็น "วุ้นลูกชุบ" หน้าตาน่ารัก สีสันน่าทานสุด ๆ ไปเลยล่ะ

          ว่าแล้ว... ก็ไปเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ มาทำ "วุ้นลูกชุบ" กันเลยดีกว่าจ้า 

     
ส่วนผสมสำหรับทำลูกชุบ

 ส่วนผสมถั่วกวน สำหรับปั้นตัวขนม

           1. ถั่วเขียวผ่าซีก 220  กรัม (นึ่งสุกบดละเอียด)
           2. น้ำตาลทราย  1  ถ้วย 
           3. น้ำกะทิ 1  ถ้วย 
           4. เกลือป่น 1/2  ช้อนชา 

 อุปกรณ์ 

           1. ไม้เสียบลูกชิ้น (ขนาดเล็ก)  
           2. แผ่นโฟม    
           3. พู่กันทาสี    
           4. สีผสมอาหาร              

 ส่วนผสมวุ้นชุบ ลูกชุบ                                          

           1. ผงวุ้น  2 ช้อนชา    
           2. น้ำเปล่า  2 ถ้วย      
           3. น้ำตาลทราย  1/4 ถ้วย

========================
 
วิธีทำลูกชุบ 

วุ้นลูกชุบ

           1. นำถั่วนึ่งสุก, น้ำตาลทราย, น้ำกะทิ, เกลือ ใส่เครื่องปั่น 

วุ้นลูกชุบ

           2. กดปุ่มปั่นอย่างละเอียด

วุ้นลูกชุบ

           3. พอทุกอย่างปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ค่อย ๆ เทใส่กะทะ เพื่อกวนถั่ว

วุ้นลูกชุบ

           4. เวลากวนให้ใช้ไฟปานกลาง และค่อย ๆ กวนจนขนมล่อนจากกระทะ พอขนมล่อนจากกระทะ ให้ลดความร้อนลงเป็นไฟอ่อน

วุ้นลูกชุบ

           5. จากนั้นกวนเนื้อขนมให้เนียน เหนียว จนพอปั้นได้ แล้วจึงปิดไฟ วางผึ่งให้เย็น พอเย็นแล้วก็นำมาปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ 

วุ้นลูกชุบ

           6. ปั้นเสร็จให้เสียบไม้ลูกชิ้นขนาดเล็ก ปักทิ้งไว้ แล้วค่อย ๆ ระบายสี 

วุ้นลูกชุบ

           7. ระบายสีเสร็จแล้ว รอให้สีแห้งก่อน จึงนำไปชุบวุ้น **ควรชุบสัก 2 รอบ 

วุ้นลูกชุบ

           8. สำหรับวุ้นที่จะต้องชุบนั้น ให้ผสมผงวุ้นกับน้ำเปล่า เคี่ยวไฟอ่อน ๆ ประมาณ 25 นาที

วุ้นลูกชุบ

           9. พอวุ้นละลาย ใสจนได้ที่แล้ว ก็ให้ใส่น้ำตาล และเคี่ยวต่ออีกสักพักประมาณ 15 นาที จึงจะนำมาชุบลูกชุบได้ 

วุ้นลูกชุบ

           10. วิธีการชุบให้ชุบเพียง 1 ครั้ง แล้วหมุนไม้ขึ้น จากนั้นรอให้แห้ง แล้วชุบอีกครั้งหนึ่ง

วุ้นลูกชุบ

           11. เมื่อชุบเสร็จแล้ว ให้ปักทิ้งไว้ห่าง ๆ กัน ไม่เช่นนั้น วุ้นจะติดกัน

วุ้นลูกชุบ

           12. พอวุ้นเย็นแห้งเสร็จเรียบร้อย ให้ดึงออกจากไม้ และแยกตามประเภทที่ปั้น 

=======================

วุ้นลูกชุบ

ส่วนผสมการทำวุ้นน้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพร

           1. น้ำเปล่า  3  ถ้วย
           2. ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
           3. น้ำตาลทราย  1/2 ถ้วย  ถ้าหากชอบหวานให้เพิ่มอีก 2 ช้อนโต๊ะ
           4. น้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพร 1 ถ้วย 

=======================

วิธีทำวุ้น

วุ้นลูกชุบ

           1. ให้ผสมน้ำกับวุ้นเข้าด้วยกัน  นำไปตั้งไฟความร้อนปานกลาง เคี่ยววุ้นให้ละลาย

วุ้นลูกชุบ

           2. จากนั้นใส่น้ำตาล และลดไฟลงให้อ่อน ๆ เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน ๆ 5 นาที

วุ้นลูกชุบ

           3. เมื่อวุ้นใสได้ที่ ให้เติมน้ำสมุนไพร แล้วเคี่ยวต่ออีก 5 นาที 

วุ้นลูกชุบ

           4. เสร็จแล้วจึงนำไปหล่อในน้ำร้อน เพื่อเตรียมไว้สำหรับหยอดใส่ถ้วย 

=======================

วิธีทำวุ้นลูกชุบ 

วุ้นลูกชุบ

           1. หยอดวุ้นเพียง 3 ใน 4 ส่วนของถ้วยเท่านั้น แล้วปล่อยให้วุ้นในถ้วยเย็นตัวลง

วุ้นลูกชุบ

           2. และเมื่อวุ้นเย็นตัวลงแล้ว ให้หยอดน้ำวุ้นลงไปเพิ่มอีกนิดหน่อย เพื่อเป็นตัวเชื่อลูกชุบกับวุ้น 

วุ้นลูกชุบ

           3. นำลูกชุบลงวางบนวุ้นที่หยอดไว้ให้ติดกัน 

วุ้นลูกชุบ

           4. ต่อด้วยตักน้ำวุ้นราดลงบนลูกชุบให้สวยงาม พอดีขอบถ้วย

          เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ขนมไทยสีสันสวยงามอย่าง "วุ้นลูกชุบ" แล้วนะคะ เอ้า! ใครที่อยากลองทำก็ลงมือกันเลย เรามีภาพตัวอย่างสวย ๆ จากเจ้าของสูตรมาให้ชมอย่างจุใจเลยค่ะ สีสันแต่ละแบบน่าทานทั้งนั้นเลย (อิอิ) ^ ^

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบแครอท

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบชมพู่

วุ้นลูกชุบ

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบส้ม

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบกล้วย

วุ้นลูกชุบ
วุ้นลูกชุบมังคุด

วุ้นลูกชุบ
วุ้นกะทิลูกชุบ

วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม เมนูขนมหวาน ทำเองก็ได้

กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่เชื่อม

          ขนมหวานแบบไทย ๆ อย่างกล้วยไข่เชื่อม หาซื้อหาทานกันได้ไม่ยากเลยใช่ไหมจ๊ะ แต่รสชาติจะอร่อยถูกใจหรือเปล่านั่นก็อีกเรื่อง เพราะบางเจ้ากล้วยไข่ก็แข็งเกินไป บางเจ้าก็นิ่มเกินไป แถมยังราดน้ำกะทิมานิดเดียว ทานไม่กี่คำก็หมด แหม... ยังไม่ทันได้สัมผัสรสชาตินุ่ม ๆ ของกล้วยที่ชุ่มด้วยน้ำกะทิเลยนะนั่น (แอบบ่นเล็กน้อย อิอิ)

          แต่ความเซ็งแบบนี้จะหมดไปทันที หากเพื่อน ๆ จะลองเข้าครัวทำกล้วยไข่เชื่อมทานกันเองอ๊ะ...ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ เพราะจริง ๆ แล้ว เราสามารถทำกล้วยไข่เชื่อมทานเองได้ไม่ยากเลยสักนิด ลองมาดูสูตรเด็ดจาก ครัวบ้านพิม กันก่อนสิจ๊ะ แค่เห็นภาพก็มั่นใจในความอร่อยได้แล้ว 

 ส่วนประกอบ/วัตถุดิบ

  1.              กล้วยไข่ห่าม ๆ 2 หวี
  2.              น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
  3.              น้ำสะอาด 400 กรัม
  4.              หัวกะทิ 2 ถ้วย
  5.              แป้งอเนกประสงค์ 1.5 ช้อนโต๊ะ
  6.              เกลือป่น หยิบมือ


กล้วยไข่เชื่อม ครัวบ้านพิม


วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม

      เริ่มต้นเราก็มาทำหัวกะทิสำหรับราดหน้ากล้วยไข่เชื่อมกันไว้ก่อนเลยค่ะ ... โดยพิมมีวิธีทำให้เลือกทำ 2 แบบค่ะ

           แบบที่ 1 สำหรับหัวกะทิที่คั้นโดยไม่ใช้น้ำ .... ให้เอาหัวกะทิผสมเกลือป่นนิดหน่อย แล้วนำไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อย ๆ ด้วยความใจเย็น สักพักกะทิจะข้นขึ้นเองค่ะ แต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ

            แบบที่ 2 สำหรับหัวกะทิที่คั้นแบบใส่น้ำ / กะทิกล่อง .... ให้เอาหัวกะทิ 2 ถ้วย ผสมกับแป้งข้าวอเนกประสงค์ 1.5 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่นหยิบมือ (นิดหน่อย ใส่พอให้มีรสเค็มปะแล่ม ๆ) ค่ะ .... คน ๆ ให้แป้งละลายเข้ากับหัวกะทิก่อน แล้วค่อยนำไปตั้งไฟกลาง ๆ ... ระหว่างตั้งไฟก็ใช้ตะกร้อมือคนเรื่อย ๆ จนกระทั่งแป้งสุก กะทิข้นก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ พอกะทิสุกข้นแล้ว ก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็นค่ะ

กล้วยไข่เชื่อม

          จากนั้นหันมาเตรียมทำตัวกล้วยไข่เชื่อมกันต่อ ..... โดยการเลือกใช้กล้วยไข่ห่าม ๆ หน่อย ออกสีเขียวมากกว่าสีเหลืองแบบในภาพค่ะ  (แต่สำหรับคนที่ชอบกล้วยไข่เชื่อมนิ่ม ๆ ก็สามารถจะเลือกใช้กล้วยไข่ที่มีสีเหลืองมากกว่านี้หน่อยก็ได้ค่ะ แต่อย่าให้เหลืองมากไป ไม่งั้นเวลาเอาไปเชื่อม มันจะเละค่ะ) 

          ป.ล. ถ้าไม่ชอบกล้วยไข่ ใช้กล้วยหักมุก หรือกล้วยงาช้างเชื่อมแทน ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ 

กล้วยไข่เชื่อม
   
          ก็ปอกเปลือกกล้วยไข่นะคะ (ยิ่งเขียวมากยิ่งปอกยาก) ถ้ามีเส้นดำ ๆ ก็ดึงออกให้หมดแล้วตัดหัวตัดท้ายสักหน่อยเพื่อความสวยงาม ... ปอกเสร็จก็ใส่ลงไปแช่ไว้ในน้ำที่ผสมน้ำเกลือนิดหน่อย เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ อ่ะค่ะ ป.ล. หากปอกแล้วเชื่อมเลย ก็ไม่ต้องแช่น้ำผสมเกลือค่ะ

กล้วยไข่เชื่อม

         จากนั้นก็หันมาเคี่ยวน้ำเชื่อมไว้สำหรับเชื่อมกล้วยค่ะ โดยการผสมน้ำตาลทรายกับน้ำสะอาดลงในภาชนะที่เราจะใช้เชื่อมกล้วย 

กล้วยไข่เชื่อม

          ซึ่งในวันนี้พิมใช้กระทะธรรมดานะคะ  หากเพื่อน ๆ มีกระทะทองจะใช้กระทะทองก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีใช้กระทะธรรมดาแบบพิม หรือหม้อ หรือพวกกระทะเทฟล่อนก็ได้เหมือนกันค่ะ

กล้วยไข่เชื่อม
   
        ผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไปตั้งไฟ คนให้ละลาย (จะได้เป็นน้ำเชื่อม) แล้วนำมาลงกรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ ๆ ครั้งนึง จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อ โดยเราจะเคี่ยวน้ำเชื่อมไปเรื่อย ๆ ค่ะ...แรก ๆ ตอนน้ำเชื่อมยังใสอยู่ เราจะเห็นว่าฟองตอนเดือดเค้าจะเป็นฟองค่อนข้างใหญ่  แต่เมื่อยิ่งน้ำเชื่อมข้นมากขึ้นเท่าไหร่ ฟองก็จะยิ่งเล็กลงค่ะ ซึ่งเราจะเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 นะคะ ....  ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่ แล้วเราก็ค่อยเอากล้วยไข่ที่เราปอกไว้ใส่ลงไปเชื่อมค่ะ

       การเชื่อมกล้วยเนี่ยเราจะต้องใจเย็น ๆ นะคะ จะใจร้อนเร่งไฟแรง ๆ กะว่าไฟแรงแป๊บเดียวจะใช้ได้ อันนี้ไม่ใช่เลยค่ะ

       การเชื่อมกล้วยไข่ (หรือเชื่อมอะไรก็แล้วแต่) ให้ใช้ไฟกลาง ๆ ค่อนมาทางอ่อนสักหน่อย เพื่อค่อย ๆ ให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อกล้วย  พร้อมกับความร้อนจากน้ำเชื่อมที่จะทำให้กล้วยค่อย ๆ ระอุ และก็สุกในที่สุดพร้อม ๆ กับซึมซับน้ำเชื่อมได้เต็มที่

        และก็นี่นะคะ ... กล้วยไข่เชื่อม ที่เชื่อมได้ที่แล้ว หน้าตาจะเป็นประมาณนี้ (มีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอกัน) ......  ซึ่งถ้าหากเราใช้กล้วยไข่ห่าม ๆ หน่อย กล้วยเชื่อมที่ได้ก็จะมีลักษณะแบบนี้อ่ะค่ะ ก็คือ เนื้อไม่นิ่มมาก หวาน หอม และก็ชุ่มไปด้วยน้ำเชื่อมทั้งลูก ..... แต่ถ้าหากเราใช้กล้วยสุกเหลืองกว่านี้ กล้วยไข่เชื่อมที่ได้อาจจะลักษณะแตกหักเป็นช่วง ๆ และเนื้อจะค่อนข้างนิ่ม ซึ่งบางคน เช่น แม่ของพิม จะชอบมากกว่ากล้วยไข่เชื่อมแบบในภาพนี่อ่ะค่ะ

กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่เชื่อม

          ดูกันอีกทีใกล้ ๆ .... เมื่อเชื่อมได้ที่ จะเงาเป็นประกายปิ๊ง ๆๆๆ เลยค่ะ 


กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่เชื่อม

          ที่นี้เวลาจะกิน .... บางคนก็ชอบกินกล้วยไข่เชื่อมเพียว ๆ ไม่ต้องราด ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่พิมชอบแบบราดด้วยหัวกะทิข้น ๆ เยอะ ๆ หน่อยอย่างในภาพนี้มากกว่าอ่ะค่ะ


กล้วยไข่เชื่อม

          และสำหรับจานนี้ ..... พิมขอยกให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาดูขนมหวานเมนูนี้เลยนะคะ  


          รับสักลูก .......... ไหมคะ 


           ป.ล. แถม ๆ...... บางทีพิมก็อยากเปลี่ยนวิธีกินกล้วยไข่เชื่อมบ้าง ด้วยการเอาน้ำกะทิธรรมดา ๆ นี่แหละค่ะ ไปต้มให้สุก แล้วก็เอากล้วยไข่เชื่อมใส่ลงไป ตั้งไฟให้เดือดอีกที ... ก็ปิดไฟ ตักขึ้นใส่ถ้วย ราดหัวกะทิข้น ๆ ... กลายเป็นกล้วยไข่บวดชีประยุกต์ ..... ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ ^^